เปิดเทอมใหญ่ รับน้องว้าวุ่น
ปันยา : สวัสดีครับน้องๆ นักเรียนทุกคน กับมาพบกับรายการ “ข่าวเด่น ประเด็นหลืบ” เช่นเคย ช่วงนี้ก็เปิดเทอมใหญ่กันแล้วนะครับ และประเด็นที่เรียกได้ว่า ต้องพูดถึงกันทุกปีนั่นก็หนีไม่พ้นเรื่องการรับน้อง เด็กมหาลัยจะคุ้นเคยครับ ประวัติการรับน้องผมเคยอ่านเจอมาในหนังสือเล่มนึง ว่าในสมัยยุคหินนั้น เริ่มต้นมาจากการให้รุ่นพี่ แบกรุ่นน้องไปโยนลงมาจากหน้าผา ทิ้งดิ่งด้วยความสูงอย่างต่ำ 30 เมตร แล้วก็แบ่งให้รุ่นพี่รอรับอยู่ใต้หน้าผา รุ่นน้องที่ไม่ช้ำกระอักเลือดตายก็จะได้รับการยอมรับจากรุ่นพี่ในเผ่า แต่ส่วนใหญ่จะกระอักตายกันทั้งพี่ทั้งน้อง ไม่น่าเชื่อนะครับว่าการรับน้องนั้น จะเกิดขึ้นจากการโยนรับกันจริงๆ ตอนนั้นผมก็เอ่ะใจครับ เลยพลิกไปดูชื่อคนแต่งหนังสือ ปรากฏว่าชื่อไนท์หนุ่ม อืม... ก็ไม่ได้บอกให้คนอ่านเชื่อนะครับ แค่บอกว่า ผมเคยหลงไปอ่านมาก็เท่านั้นเอง เข้ารายการกันเลยดีกว่า ผู้ร่วมรายการ 2 ท่านในวันนี้ เป็นเพื่อนซี้วัยเฟรชชี่กันทั้งคู่เลยครับ ปรบมือต้อนรับ “น้องส้มปี๊ด กับ น้องอังโกะนะคร๊าบ”
อังโกะ : สวัสดีค่ะ
ส้มปี๊ด : อะไรกัน สวัสดีแค่นี้ ไม่ได้ยิน!!! อะไรเนี่ย!!! เสียงอ่ะ เสียงหายไปไหน!!! ปีหนึ่งมีเสียงแค่นี้เองเหรอ!!!! เบามาก!!! เบามากมากกกกก!!! โว้วโวว เหย่เย้!!!
ปันยา : เอ่อ เพื่อนป่วยเป็นอะไรเหรอครับ
อังโกะ : คือ มันเก็บกดมาจากมหาลัยอ่ะค่ะ โดนมาเยอะ
ส้มปี๊ด : ยัง!!! ยังอีก!!! ยังเงียบอยู่!!! แหล่วๆๆๆๆๆ ไม่ฟังรุ่นพี่ใช่มั้ยยย เห็นรุ่นพี่เป็นหัวหลักหัวตอใช่มั้ยยยย แบบนี้ต้องทำโทษ หมอบบบบบ หมอบลงไปเลยยยย!!!!
ปันยา : อนาคตทีมชาติเลยนะครับเนี่ย เอ่อ ว่าแต่ เมื่อไหร่น้ององค์จะหายลงซะทีครับเนี่ย
อังโกะ : เอ่อ ใกล้จะออกแล้วล่ะค่ะ รอแป๊บนึง
ส้มปี๊ด : ยังเงียบอยู่!!!! ทำไมใจไม่สู้กันเลย อายคณะอื่นเขาบ้างมั้ยเนี่ย!!!!! จะบอกไว้เลยนะรุ่นนี้ไม่มีความสามัคคีเลยยยย!!!! เงียบอีก!!! ไม่มีสลด!!! ไม่มี๊!!! รุ่นพี่เสียงแหบแล้วนะเนี่ยยย!!!! แอ๊กกก... แค่กกก …..อ๋อยยย เลิกดีกว่าเนอะอังโกะ โอย ไม่ไหวแย้ว แสบคอ.....
อังโกะ : ผีออกแล้วค่ะคุณพิธีกร
ปันยา : ก็... ที่ผ่านไปเมื่อกี้นี้ คือการสาธิตตัวอย่างบรรยากาศรับน้องนะครับ โดยจะมีรุ่นพี่คอยพูดกระตุ้นอย่างที่เห็น เรียกว่าว๊ากเกอร์ ให้รุ่นน้องเกิดความฮึกเหิม ก็.... เอ่อ ขอบคุณนะครับน้องส้ม ว่าแต่ไม่อายเลยเหรอครับเนี่ย
ส้มปี๊ด : คนสวยทำอะไรก็ไม่น่าเกลียดอ่ะค่ะ
อังโกะ : ถ้าไม่ใช่เพื่อนกัน ดิชั้นคงห้ามด้วยท่อนแขนไปแล้วล่ะค่ะ
ปันยา : ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับเฟรชชี่ใหม่ด้วยนะครับ สำหรับก้าวใหม่ในรั้วมหาลัย
พร้อมกัน : ขอบคุณค่า!!
ปันยา : ก่อนอื่นเราให้ความรู้กับคนอ่านก่อนนะครับ รู้ไหมครับว่าการรับน้องนั้นมีความหมายอะไร
ส้มปี๊ด : รู้ๆ รู้ค่า!! มันคือการแกล้งน้อง!! เพื่อให้น้องไปแกล้งน้อง!! ที่จะเข้ามาเป็นน้องอีกทีค่า!!!
ปันยา : อ่า เอ่อ อ่า ล.... ล่ามช่วยแปลด้วยครับ ฟังแล้วมึน
อังโกะ : คือยัยส้มมันจะบอกว่า มันคือการสร้างความสามัคคีในกลุ่มเพื่อนน่ะค่ะ ให้นักศึกษามีความรักเพื่อนคณะและสถาบัน และภูมิใจในการที่เราได้เข้ามาเป็น......
ปันยา : เอ่อ แปลได้ขนาดนี้เลยเหรอครับ ความหมายดีนะครับเนี่ย
อังโกะ : ช่วยเพือนสุดชีวิตเลยล่ะค่ะ
ปันยา : แล้วรุ่นพี่นิสัยเป็นยังไงครับ เห็นเรา 2 คนน่ารักแบบนี้ มีแอบมาเนียนจีบบ้างมั้ย
ส้มปี๊ด : อิอิ แหมมีสิคะ รุ่นพี่เค้าบอกเห็นนู๋แร้วคิดถึงแม่....
ปันยา : เอ๋?? แม่อะไรเหรอครับ
ส้มปี๊ด : แม่ของลูกในอนาคตอ่ะค่า.... ฮิ้วววว
ปันยา : แล้วเพื่อนนู๋ส้มล่ะครับ
อังโกะ : ก็มีบ้าง รุ่นพี่เค้าบอกเห็นแล้วคิดถึงแม่เหมือนกัน....
ปันยา : แม่ของลูกในอนาคต!!
อังโกะ : แม่มันนี่แหละค่ะ!! ทำอาชีพปั้นโอ่งอยู่ราชบุรี
ส้มปี๊ด : อุ๊ย แต่รุ่นพี่ร้องไห้เลยนะคะ หยิบรูปแม่ขึ้นมาดูด้วย
อังโกะ : แกจะไปบอกเค้าทำไม....
ส้มปี๊ด : ก็ อีกไม่กี่เดือนจะวันแม่แล้วงัย
ปันยา : รับน้องโดนแกล้งอะไรแปลกๆ มั้ยครับ รุ่นพี่หลอกให้กินอะไรแปลกๆ มั้ย
ส้มปี๊ด : เหล้าค่ะ
ปันยา : โห เฮ้ย.... ไม่ได้นะครับเนี่ย เป็นรุ่นพี่ที่แย่มากเลยนะครับเนี่ย
ส้มปี๊ด : กาลครั้งหนึ่งนานมาแร้ว.... มีเจ้าชายกาแฟไปปราบมังกร
อังโกะ : นั่นมันเล่านิทาน
ปันยา : มุขคลาสสิคยิ่งนัก
อังโกะ : ของดิชั้น รุ่นพี่ให้กินกล้วยอ่ะค่ะ
ปันยา : กล้วยบดเหรอครับ ไม่เห็นแปลกนี่ครับ ผมก็เคยกิน
อังโกะ : ทางจมูกเนี่ยนะคะ
ปันยา : เอ่อ แล้วกินมั้ยครับ
อังโกะ : ไม่กินค่ะ หนูเลยหยิบฟืนออกมาผ่ามือเปล่าโชว์ 3-4 ท่อน รุ่นพี่เลยอนุโลมให้กินทางปากได้ตามปกติ
ส้มปี๊ด : ยัยอ้วน แกน่ากลัวยิ่งกว่าสี่แพร่งอีกนะเนี่ย
ปันยา : แล้วมีให้เต้นท่าอะไรแปลกๆ มั้ย
ส้มปี๊ด : ก็มีท่าค้างคาวกินกล้วยอ่ะค่ะ นู๋ส้มล่ะอ๊ายอาย เลยขยับปีกกระพือ ให้ลือลั่นสนั่นซุ้มไปเลยล่ะค่ะ
ปันยา : อืม... นะ ช่างเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยวิญญาณกุลสตรีจริงๆ
อังโกะ : ดิชั้นว่าวิญญาณ “กุลสจีสตริง” มากกว่านะคะ
ปันยา : แล้วของอังโกะล่ะครับ
อังโกะ : ไม่มีอะไรมาก เต้นท่าค้างคาวกินกล้วยทางจมูกค่ะ
ปันยา : เอ่อ คือ ผมว่าเปลี่ยนคำถามดีกว่านะครับ
ส้มปี๊ด : เอ๋ ตกลงวันนั้นแกเต้นด้วยเหรอ
อังโกะ : ไม่หรอก เค้าเลยหยิบฟืนออกมาผ่ามือเปล่าโชว์อีก 3-4 ท่อน รุ่นพี่เลยอนุโลมให้เต้นทางปากได้ตามปกติ
ส้มปี๊ด : ??!!??
ปันยา : เดี๋ยวนี้มีหลายคนมองว่ากิจกรรมรับน้องแย่ลงทุกปี น้องๆ 2 คน มีความคิดเห็นอย่างไรครับ เพราะบางที่ก็รับหนักหรือโหดเกินไป ทำให้นักศึกษาบางคนไม่อยากไปมหาลัย คิดว่ามีทางแก้ไขมั้ย
ส้มปี๊ด : มีค่ะ!! นู๋ส้มแนะนำให้ศัลยกรรมหน้าตัวเองให้เหมือนยัยอังโกะนะคะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ค่ะ รุ่นพี่ทุกคนที่คณะกลัวยัยนี่มากกว่าราคาน้ำมันซะอีก ไม่กล้าแกล้งเพราะกลัวชีวิตจะหาไม่….
ปันยา : โห สาธุ จริงเหรอครับเนี่ย
อังโกะ : คนที่กล้าแกล้งอิชั้น ทั้งโลกก็มีแต่ยัยนี่คนเดียวแหละค่ะ ถ้าเป็นคนอื่นจัดให้ทะลุหลังคาไปแล้ว
ส้มปี๊ด : มันเคยสั่งรุ่นพี่วิดพื้นด้วยนะคะ
อังโกะ : อย่าไปบอกเค้า
ปันยา : แต่จริงๆ แล้วการรับน้องมันก็คือการฝึกความอดทนนะครับ เพราะก้าวต่อจากนี้ที่จะสู่รั้วมหาลัย จากนั้นก็จะต้องไปทำงาน เราต้องเจอะเจอกับอะไรอีกเยอะ ถ้าแค่นี้ยังท้อถอย อนาคตก็คงไม่ต้องพูดถึงกัน
อังโกะ : แต่ถ้าหนักเกินไป ก็อย่าเก็บไว้นะคะ
ส้มปี๊ด : แจ้งตำรวจเลยค่ะ!!!
อังโกะ : อาจารย์ก็พอแล้ว ยัยส้ม!!
ปันยา : ฉบับหน้าเจอกันใหม่ครับ สุดท้ายนี้ขอให้พลังอยู่กับน้องๆ ปี 1 ทุกท่าน สวัสดีคร๊าบบบ
2 สาว : บะบายค่า!!!