ความรู้กู้โลก

posted on 06 Feb 2013 18:17 by knightnum directory Lifestyle, Diary

1. หมูทอด สามารถกินกับน้ำจิ้มไก่ได้
 
2. ยาแก้ท้องผูกที่ดีได้ผลที่สุดคือ ยาราไนก้า
 
3. โอเลี้ยงไม่มีขายที่สตาร์บัค
 
4. ถ้าอยากมีออร่า ให้ไปซื้อน้ำแร่
 
5. วิธีโดดตึกให้ไม่ตาย ให้โดดเข้ามาในตึก อย่าโดดออกไป
 
6. การแขม่ว คือการลดความอ้วนที่ดีที่สุด
 
7. กล้วยเซ็ทผมได้ เพราะมันเป็นหวี
 
 
8. ความหมายของ Lacoste คือ  วันนี้ไม่มาทำงานนะครับ จะไปแต่งเลียนแบบตัวการ์ตูน....
 
 
9. วิธีแก้ง่วงที่ดีที่สุดก็คือ นอนหลับ
 
 
10. การเดาข้อสอบ มีโอกาสถูกมากกว่ามั่วข้อสอบ
 
 
11. วิธีรักษาสุขภาพฟันที่ดีที่สุด คือ อย่าปากหมา
 
 
12. อย่าไปตามหารักแท้แถวสนามหลวง
 
 
13. ความฝันที่ร้ายที่สุดสำหรับคนทำงาน ก็คือ ฝันว่าตื่นแล้ว
 
 
14. ถ้าอยากมีสมาธิกับการอ่านหนังสือ ให้อ่านการ์ตูน
 
 
15. ฟินแลนด์ คือประเทศที่มีความสุขที่สุด
 
 
16. เสื้อลายสก๊อต คือ เสื้อที่มีลายซุปไก่
 
 
17. ทุกเช้าเตรียมกล้องไว้ให้พร้อม เพราะเราต้องถ่ายทุกเช้า
 
 
18. เพื่อสุขภาพปากที่ดี ควรใช้น้ำยาบ้วนปาก อย่าใช้น้ำเงี้ยว หรือ น้ำพริก บ้วนปากเด็ดขาด
 
 
19. อาชีพที่กินก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กไม่ได้ คือ ช่างแอร์.......
 
 
20. มกรา มีนา พฤษภา กรกฎา....... ถือเป็นของมีคมทั้งนั้น
 
 
21. ศิลปะการต่อสู้ที่ทำให้คนไทยหล่อและดูดีที่สุดคือ ไทยเก็ก!!
 
22. ไข่ไก่ แม้ไม่ใช่แชมพู แต่มันก็เป็นฟอง
 
23. อาชีพล่าม ต้องพกโซ่ตรวนอยู่ตลอดเวลา
 
24. ยุงไลน์ เป็นยุงที่เล่นแชทได้.....
 
 
 
ปล. จะออกสอบมั้ยเนี่ย.....

มันไม่ง่ายเลย

posted on 31 Jan 2013 14:42 by knightnum directory Lifestyle, Diary
มันไม่ง่ายเลย ที่จะจูงคนตาบอดข้ามถนนในชีวิตจริง
 
มิตรสหายท่านหนึ่งจุดห้า ได้กล่าวว่า การทำความดีที่คลาสสิคที่สุดแห่งประเทศไทย นั่นคือ "การจูงคนตาบอดข้ามถนน"

คือ ตั้งแต่เด็กจนโตเป็นวัยรุ่น(ตอนนี้) อ่ะนะครับ ผมน่ะเชื่อเสมอว่า อิมเมจของการจูงคนตาบอดข้ามถนน มันง่ายเหมือนภาพที่เราถูกใครก็ไม่รู้ปลูกฝังผ่านสื่อมา ดังนี้

(ตัดไปภาพถนน....) เห็นคนยายท่านหนึ่ง สมมุติว่าชื่องุงิละกัน

ยายงุงิกำลังหันซ้ายหันขวา ไม่กล้าข้ามถนน เพราะมองมะเหง

และพลันนั้นก็มีชายหนุ่มหน้าตาเหมือนณเดช โกกินะยะ เดินมายิ้มให้ ยายก็ยิ้มให้ เหมือนแกมองเห็น

จากนั้นณเดชก็จับมือคุณยายงุงิเดินข้ามถนนไปอย่างง่ายดายเห้ๆ เพราะรถทุกคันพร้อมใจกันหยุดโดยมิได้นัดหมายซะอย่างงั้น

และแล้วยายงุงิก็ถึงจุดหมายปลายทางอีกฝั่งนึงอย่างง่ายดายเห้ๆ ไม่กี่นาที  ท่ามกลางสายตาสรรเสริญณเดชจากคนรอบข้าง (หนึ่งในนั้นมีสาวสวย) ประหนึ่งกู้โลกได้สำเร็จ

จบ  นั่นไง เห็นมะ มันง่ายโคตรๆ  และผมก็เชื่อมาอย่างนั้นตลอด


จนกระทั่งวันนี้ ผมกล้าบอกเลยว่า การจูงคนตาบอดข้ามถนนนั้น เหนื่อยยิ่งกว่าปั่นฟิคเกียร์รอบกรุงเทพมหานคร.......

เพราะมันเป็นแบบนี้


(ตัดไปภาพถนน....) เห็นคุณลุงท่านหนึ่ง ไม่ต้องสมมุติชื่อ เพราะไม่รู้ชื่อว่าอะไร

ลุงกำลังหันซ้ายหันขวา และกำลังจะเดินข้ามถนน!!!! ทั้งๆ ที่มองมะเหง!!!!

โอ้โห คุณเอ้ยยย ท่ามกลางคนที่รอรถเมล์ที่ป้าย 3-4 คน ไม่มีใครเดินเข้าไปช่วยสักคน 1 คนก้มหน้าเล่นบีบี ส่วนอีกคนเล่นไอโฟน  อีก 2 คนที่เหลือเล่นซัมซุง.... เมืองพุทธ

ผมก็เลยต้องเป็นไนท์เดช โกกินะยะ เข้าไปช่วยซะเอง

ไนท์เดช : "ลุง..!!! ลุงจะไปไหน"

ลุง : ซอย 41 ลุงจะไปซอย 41!!!!! ไอ้กระเป๋ามันบอกถึงแล้ว!!

ไนท์เดช : ยังไม่ถึงนะลุง!!! ซอย 41 ต้องป้ายหน้า แถมยังต้องข้ามถนนด้วย!!!!

ลุง : ต้องข้ามถนน!!!!

ไนท์เดช : เดี๋ยวผมพาข้ามละกัน

ลุง : ไม่เอา!!! อันตราย!!! แกพาลุงข้ามสะพานลอย!!!

ไนท์เดช : สะพานลอยต้องเดินย้อนไปหน่อยนะ

ลุง : งั้นข้ามตรงนี้เลย!!!!

ไนท์เดช : อ้าว??

ลุง : มา!!! จับแขนลุงไว้นะ!!!

ไนท์เดช : (จับแขน)  เฮ้ย..... เดี๋ยว

ลุง : มา!! เดี๋ยวลุงจะพาข้าม!!!

ไนท์เดช : ดีเลยครับ ให้ลุงพาข้ามคงจะปลอดภั.....เฮ้ยย!!!! ไม่ใช่!!!!!

ลุง : ไม่ใช่อะไรล่าว!!!

ไนท์เดช : ผมอ่ะต้องพาลุงข้าม!!!

ลุง : ก็นี่ไงพาข้าม ก็ไปด้วยกันนี่ไง!!!!

ไนท์เดช : ลุงเห็นรถรึไง!!!!

ลุง : ไม่เห็น!!! ถึงได้จูงแกไปด้วยไง!!!

ไนท์เดช : บร๊ะ!!..... เพื่ออะไรเนี่ย

ลุง : จะได้ระวังรถให้ไง!!!

ไนท์เดช : ห๊ะ

ลุง : ม่ะ!!! ไปด้วยกัน!!!

ไนท์เดช : (โดนลากไปแล้ว) เอ้ย.... ลุง อย่าออกตัวแรง!!!!

ลุง : เอ็งอย่ารั้งสิวะ!!!!

ไนท์เดช : ลุงอ่ะเดินเร็ว!!!! (มองรถ) ขอโทษครับ ขอโทษครับ

ลุง : เอ็งสิเดินช้า!!!

ไนท์เดช : ผมแบกขึ้นหลังเลยดีมั้ย!!!

ลุง : เออดี!!!

ไนท์เดช : ถึงแล้วลุง!!!

ลุง : ถึงแล้วถามทำไมวะ!!!

ไนท์เดช : เพิ่งนึกออก

ลุง : แล้วไปไหนต่อเนี่ย

ไนท์เดช : เอ่อ ลุง เดินตรงไปนะ ตรงอย่างเดียวเลย ถ้าได้ยินเสียงใครก็ถามด้วยนะว่าถึง 41 รึยัง

ลุง : ไม่ไปส่งหน่อยเหรอ

ไนท์เดช : มีธุระน่ะครับลุง นี่ก็เลทไปเยอะแล้ว

ลุง : (ยิ้ม) ขอบใจมากนะ ขอบใจจริงๆ

ไนท์เดช : ไม่เป็นไรครับ



ถึงจะบอกว่าติดธุระ แต่ใจผมก็ไม่อยากปล่อยให้ลุงแกเดินไปลำพังหรอก สุดท้ายผมก็เดินย้อนมาดูแกห่างๆ 

แต่อย่างน้อยประเทศไทยก็ไม่สิ้นคนดี ภาพข้างหน้ายังมีพลเมืองดีอีกคนที่เข้ามาช่วยบอกทางลุงแกอีกคน ผมถึงวางใจ ส่งไม้ต่อให้แล้วก็เดินจากไปแบบอิ่มความรู้สึกลึกๆ




ระหว่างที่ผมเดินออกมา ไม่รู้ผมคิดบ้าอะไร ลองหลับตาแล้วเดินไปข้างหน้าสักพัก.......

ผมรู้สึกเลยว่า มันลำบากมาก ทุกย่างก้าวดูจะไม่มีความปลอดภัยเอาซะเลย


ย้อนกลับไป ถ้าผมไม่ได้ลงมาช่วยลุงเขา จะมีใครสนใจแกหรือเปล่า บางที คนที่ตาบอดจริงๆ อาจไม่ใช่ลุงคนนี้ก็ได้ คนที่เห็นแล้วไม่ช่วยสิที่บอดยิ่งกว่า
มันเหนื่อยน่ะใช่ แต่เราไม่ได้เหนื่อยให้ตัวเอง เราเหนื่อยเพื่อช่วยเหลือคนอื่น

ช่วยแบบช่วยจริงๆ ด้วย ไม่ได้ช่วยแบบปัญญาอ่อนให้กดแชร์ กดไลค์ ได้สามบาทห้าสิบ


ถามว่า ความเชื่อในตอนเด็ก กับตอนนี้ มันง่ายยากต่างกันไหม......

ต่างกันนิดหน่อย

ตอนเด็ก เราคิดว่าง่าย เพราะเราคิด

แต่ตอนนี้ มันง่าย เพราะเราได้ทำ......



ยังไงก็คลาสสิคเสมอ ถ้ามันคือการทำความดี........

 
 
 
 
 
 
 
ปล1. ตกลงใครคือมิตรสหายหนึ่งจุดห้า.......??
 
ปล2. งงด้วยคน....