7 เดือน 7 กก.

posted on 09 Aug 2011 08:05 by knightnum
ผมว่าเป็นเรื่องปกตินะครับ เมื่อคนๆ นึง ที่ใช้ชีวิตอย่างจัดเต็มให้กับปากท้องมาตลอด จะมาถึงจุดที่รู้สึกว่า.....
 
กุควรจะลดน้ำหนักได้แล้ว
 
ผมมันก็เป็นคนนั้นแหละครับ ช่วงชีวิตนึงที่เอาแต่ทำงานหนัก นอนดึก ตื่นสาย ร่างกายไม่เคยขาดหมูกระทะ ฉะกับแอลกอฮอลล์ทุกอาทิตย์  ซึ่งผลกระทบต่อร่างกายก็ต้องบอกว่า สาสมล่ะครับ ทั้งมีอาการปวดหลัง กรดไหลย้อน ปวดไมเกรน อ้วนลงพุง เสร็จสรรพ  พอมันเยอะมากๆ เข้าก็กรี๊ดแตกล่ะ มันเกิดอาการแบบว่าทนไม่ได้ และ ก็จะไม่ทนมันอีกแล้ว เพราะคิดว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรต้องทน
 

ต้นปีผมเลยตั้งใจอย่างแรงกล้าของจริงไม่ติงนังว่า เอาวะ จะเริ่มลดน้ำหนักละ
 
แต่ในใจก็กลัวว่า จะทำได้รึเปล่าวะ เพราะรู้มาเหมือนกันว่าไอ้การลดน้ำหนักเนี่ย มันไม่ใช่การอดอาหาร อดแล้วผอม ไม่ใช่ 
 
 
แต่มันคือการปรับเปลี่ยนทุกอย่างที่เราเคยทำมาเลยทีเดียว  น้ำหนักตอนนั้น 72 เทียบกับส่วนสูง 170 น้ำหนักเกินครับ  ผมอ่านเจอมาว่าส่วนสูงอย่างผมหนักสุดได้ไม่เกิน 68 กก. หรืออย่างผอมสุดก็ประมาณ 63 กก. กำลังดี 65 กก.
 

ผมเลยตั้งเป้าง่ายๆ ว่า  เอาแค่ลดเดือนละ 1 กก. ให้ได้ก็พอ  หรือถ้าเดือนไหนไม่ลด ก็ต้องไม่เพิ่ม จะได้ไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไป ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป  ไม่หักโหม  วัดกันไปเลย อายุขนาดนี้แล้ว ถ้าทำไม่ได้.... ชาตินี้ก็คงทำอะไรที่ใหญ่กว่านี้ไม่สำเร็จแล้ว
 

จนตอนนี้ผ่านไป 7 เดือน
 

ในที่สุด  น้ำหนักผมมาอยู่ที่ 65 แล้ว
 
 
 
เอ้า...... เฮ้!!!!!!!!!!!!!!!
 

7 เดือน 7 กก. พอดี  ชั่งน้ำหนักล่าสุดแทบกระโดดตัวลอย
 
 
คนอ่านคงงง....จู่ๆ มันก็เข้าท้ายเรื่องซะงั้น
 
 
ถามว่า 7 เดือนที่ผ่านมา ผมคงต้องผจญกับความอดอยาก ความยากลำบากมากมายเลยสิ......
 
เปล่าเลยครับ
 
 
 
มันเป็นโปรแกรมลดน้ำหนักที่สบาย ไม่อด กินขนมได้ กินหมูกระทะได้ กินสเต็กได้ กินของหวาน กินกาแฟคาลาเมลเม็ดเช็ดโต้โลโฮ้แห่งลัทธิสตาร์บั๊กได้ปกติ
 
 

เริ่มสนใจแล้วชิมิ  ว่าวันๆ นึง อาทิตย์นึงผมต้องทำอะไรบ้าง
 

อ้อ แล้วก็...... ถึงผมจะเกริ่นไว้แบบนั้น แต่มันก็ไม่ได้สบายอย่างที่คิดไว้หรอกครับ  อย่าลืมว่า ไม่มีอะไรที่แลกมาด้วยความสบายจริงๆ หรอก
 
 

อันดับแรก มื้อเช้าต้องไม่อด  มีคนบอกว่าถ้าไม่อยากอ้วนให้กินคอนเฟล็กกับนม  แต่มันเอาท้องผมไม่อยู่น่ะสิ  กินแป๊บเดียวก็กลวงแล้ว  แต่จะให้กินข้าวก็หนักไปอีก เพราะต้องนั่งทำงานไม่ได้ออกไปไหนมาก
 
ทางออกที่ดีที่สุดคือ ขนมปังโฮลวีตทาแยม หรือทูน่ามายองเนส 2 แผ่น กับนมช็อคโกแลตจัมโบ้สักกล่องนึง มันจะอิ่มพอดีมาหิวอีกทีตอนเที่ยงอย่างไม่น่าเชื่อ  มันเป๊ะมาก
 

แถมถ้าวิเคราะห์ดีๆ โฮลวีตไขมันต่ำนะครับ แยมก็มีน้ำตาลแต่ไม่มีไขมัน ทูน่าก็มีโปรตีนไม่มีไขมัน นมช็อคโกแลตให้โปรตีน ไขมันจากนมก็ช่วยให้อยู่ท้องจนถึงเที่ยง  มื้อเช้าถ้าเริ่มต้นดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง  ถ้าเกิดทะลึ่งหิวก่อนเที่ยงยังไงก็  น้ำเปล่าสักแก้ว 2 แก้วพอจะช่วยอุ้มท้องได้บ้าง
 

มื้อกลางวัน กินปกติครับ ห้ามเบิ้ล....... แรกๆ อาจลำบากเพราะต้องกะปริมาณให้อิ่มพอสมควร  ไอ้ร้านประจำผมนี่ชอบจัดเต็มซะด้วย  ไม่รู้จะรักอะไรผมนักหนา  สติต้องอยู่กับตัวตลอดเลย ถ้ารู้ว่าอิ่มก่อนต้องหยุด  หรือถ้าอร่อยจริงอะไรจริง หยุดไม่ได้ ก็กินให้หมดจานไปเลยน่ะแหละครับ ช่างมัน  แต่ก็เน้นกับข้าวที่ผักเยอะๆ หน่อยละกัน จะเป็นคะน้าหมู ผัดผักรวม อะไรก็ว่าไป ไข่ดาวไม่ต้อง เดี๋ยวจะอิ่มมากไป  
 
หรือถ้ามีตัวเลือกที่ดีกว่านี้  กินก๋วยเตี๋ยวน้ำก็โอเคครับ อิ่มดีเหมือนกัน ถึงแม้จะออกไปทางอิ่มน้ำก็ตามทีเถอะ
 
 
มื้อกลางวันนี่ทำผมลุ้นโคตรเลย  ว่ามันจะอยู่ถึงมื้อเย็นหรือเปล่า จะมาหิวก่อนมั้ย ถ้าหิวก่อนจะทำยังไง??
 
 

ผลไม้สิครับ ผลไม้สักลูกอะไรก็ได้ยกเว้นทุเรียน  ถามว่าผมกินทุกวันเลยหรือเปล่า บางวันครับ บางวันก็หาซื้อผลไม้ได้ บางวันก็ไม่ได้  บางวันบ่ายผมก็ง่วงซะเหลือเกิน เลยจัดกาแฟสดไปสักแก้ว  แต่มีข้อแม้ว่า วันที่ผมกินกาแฟ วันนั้นต้องเป็นวันที่ผมออกกำลังกายตอนเย็นเท่านั้น  จะได้กินแล้วไปเอาออกวันนั้นเลย
 

แน่นอนว่าการลดน้ำหนักจะไม่สำเร็จแน่นอน ถ้าไม่ออกกำลังกาย เคยคิดจะสมัครฟิตเนสเหมือนกัน เห็นโฆษณาเน้นซะเหลือเกินว่า ตกวันละ 30 บาทเท่านั้น