เผยความผิด นี่คือห้องสารภาพบาปในวัยเยาว์ของไนท์หนุ่ม
จริงๆ ไม่อยากจะเสียเวลาเกริ่น ไหนๆ วันนี้จะแฉความชั่วในวันเด็กของตัวเองทั้งที กลัวว่าตัวเองจะดูดีครับ หรือกลายเป็นมีเหตุผลจนน้องๆ ที่อ่านอยู่อยากจะเอาเยี่ยงอย่าง อย่าเชียวนะครับ เพราะมันไม่ดี แต่ยังไงก็ต้องบอกก่อนล่ะ ว่าที่เอามาสารภาพลงวันนี้ ถ้าให้ย้อนเวลากลับไปได้ผมคงไม่ทำแน่ๆ กล้าสาบานให้ขี้ไหล 7 วัน 7 คืน เรียกว่าผิดครั้งเดียวให้เป็นครูไปจนวันตาย
ไนท์หนุ่มแมนครับวันนี้ ผมจะเขียนอย่างลูกผู้ชาย ทำผิดก็ยืดอกรับว่าผิด มีหลายคดีครับ พอดีกว่า ไม่อยากเกริ่นนานกว่านี้ เดี๋ยวหน้ากระดาษจะไม่พอ เฮ่ย เราเคยเลวขนาดนั้นเชียวเหรอ....
ซ้อมไอ้หยอย
เคยไหมครับ เวลาที่เราหงุดหงิดจากสภาพแวดล้อม สภาพความกดอากาศในห้องเรียน จนอยากระบายมากๆ จะให้ตะโกนดังๆ ก็กลัวคอแตก สุดท้ายก็มาลงกับคน สัตว์ สิ่งของ น่าจะเคยครับ แต่ผมไปลงกับไอ้หยอย
หยอยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ห้อง 2 ตัวผอมแห้ง หูกางเหมือนตัวการ์ตูน หัวกลมดิ๊ก ดูเผินๆ นึกว่าอันปังแมนกลับชาติมาเกิด ผมชอบเล่นต่อสู้กับมัน เพราะมันเป็นคนเดียวที่ผมต่อยชนะในห้อง เวลาว่างหยอยชอบอ่านการ์ตูนครับ จัดเป็นเด็กรักสงบดีเด่นคนหนึ่ง แต่ตอนไหนผมเกิดหงุดหงิดขึ้นมา ผมก็จะไม่พูดพร่ำทำเพลง วิ่งเข้าไปต่อยมันทันที ข้อหาอ่านการ์ตูนไม่แบ่งเพื่อน หยอยจะโกรธครับ ก็แหง อยู่ดีๆ ถูกต่อยเป็นคนดีแค่ไหนก็ต้องโกรธ พอโกรธผมก็ต่อยอีก ชอบ สะใจ โดนใครแกล้ง โดนครูตี หรือเมนส์ไม่มาผมก็มาลงกับมันนี่แหละ แกล้งมันสารพัด ทั้งเอาของไปซ่อน ถอดกางเกงพละมันในแถว ขังมันในห้องน้ำก็ทำมาแล้ว หยอยตอบโต้ได้แค่คำด่ากับน้ำตา รู้สึกสนุกที่ได้แกล้งคนที่อ่อนแอกว่า แกล้งมันแบบนี้มาหนึ่งปีเต็มๆ น่าแปลกที่หยอยไม่เคยคิดล้างแค้นผมแม้แต่น้อย พูดไปเดี๋ยวนี้ผมยังรู้สึกละอายไม่หาย
เราโดน นายโดนด้วย
อันนี้เรียกว่าหักหลังเพื่อนสนิท ในโรงเรียนผมจะรู้ๆ กันว่าวิชาไหนที่ อ.ฝ่ายปกครองเข้าสอน แล้วใครที่ลืมทำการบ้านหรือลืมเอาหนังสือมา จะต้องโดนทำโทษชนิดที่เรียกว่าเห็นนรกมีจริง ซึ่งผมเองตอนเด็กๆ มักจะเป็นโรคความจำบกพร่องเสมอ ไม่ลืมการบ้านก็ลืมหนังสือไว้ที่ร้านเกม แล้วเวลาที่เราถูกทำโทษนะครับ สังคมนี่ช่างโหดร้าย เพื่อนน้อยคนที่จะเห็นใจ ส่วนใหญ่ถนัดซ้ำเติมมากกว่า “เฮ้ย เจ็บเลยดิเอ็ง” “เมื่อคืนมึนเหรอ... ฮ่าๆ” มันแค้นครับ เลยคิดว่า เอาวะ ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกเรา งั้นแกก็ต้องมาโดนกับชั้นด้วย ผมก็เอาปฏิบัติการแอบเอาหนังสือมันไปซ่อน ทีนี้ทุกครั้งที่ผมโดนฟาดโชว์ หรือโดนให้วิ่งรอบสนาม 10 รอบ ผมก็จะมีเพื่อนอยู่เคียงข้างเสมอ เรียกว่าแชร์มิตรภาพ แบ่งปันความรู้สึกกัน เหมือนปรัชญาของบัตรเติมมือถือยี่ห้อหนึ่ง รู้สึกดีครับเวลาที่โดนด้วยกันแล้วต่างคนต่างช่วยกันปลอบ “เฮ้ย ไม่เป็นไรเพื่อน เจ็บเดี๋ยวก็หาย” แม้กระนั้น สีหน้าของมันดูยังไงก็งงแบบกลั้นไว้ไม่อยู่ เอ ตูว่าตูเอาหนังสือมาแน่ๆ นี่หว่า แล้วมันหายไปได้ไงวะ
ลดความอ้วนให้สมุด
ตอนเด็กผมเป็นคนที่ชอบวาดการ์ตูนให้เพื่อนอ่านมาก แบบว่ามันเป็นอะไรที่เรียกร้องความสนใจ สร้างความเด่นให้ตัวเองอย่างสุดยอด แล้วเมื่อสมัยประถมนี่นะครับ ผมไม่ได้พกสมุดอาร์ต หรือซื้อกระดาษวาดเขียนเก็บไว้เป็นแฟ้ม เวลาอยากจะวาดแต่ละทีก็ต้องพึ่งใบบุญของกระดาษสมุดหน้ากลาง... ของใครบางคน ของตัวเองไม่เอาครับ ผมปล่อยให้มันอยู่ในที่ๆ ควรอยู่ ให้ทำหน้าที่ไว้จดเนื้อหาตำราเรียนดีกว่า บอกตรงๆ ว่าใครนั่งใกล้ผมถือว่าโชคดีมาก เพราะนอกจากจะได้อ่านการ์ตูนแสนสนุกของผมเป็นคนแรกแล้ว ยังมีโอกาสได้ใช้ของใหม่เป็นประจำ เพราะต้องเปลี่ยนสมุดปกแข็งบ่อยมาก จดไป 2 อาทิตย์จะหมดอีกแล้ว อะไรวะ บางครั้งมันก็เหลือบมองขนาดของสมุดของผมแล้วก็คงอดคิดไม่ได้ ทำไมมันบางเยี่ยงนี้ ตกลงว่าสมุดเราเป็นโปลิโอ หรือสมุดของไอ้ไนท์มันขึ้นอืดกันแน่วะเนี่ย แต่สงสัยให้ตายยังไงก็จับไม่ได้หรอกครับ เพราะหน้าตาผมคนดีมากๆ
บาดแผลที่หัวโป้งเท้า
เขาว่ากันว่า นักเรียนคนไหนที่สามารถลากรองเท้าแตะเข้าไปส่งงานในห้องฝ่ายปกครอง แล้วรอดออกมาครบ 32 ได้นี่ถือว่าเป็นยอดคน ยิ่งถ้าทำเป็นประจำด้วยแล้วล่ะก็ สมควรมอบเหรียญกล้าหาญและสร้างอนุสาวรีย์ปูนปั้นให้อย่างยิ่ง ช่วยที่ผมได้ยินมาแรกๆ ไม่รู้เกิดอยากลองของหรืออะไร คงด้วยความที่อยากเท่ อยากให้เพื่อนด้วยกันชมว่า โห ไนท์ นายเจ๋งว่ะ ก็คงจะใช่ล่ะ ผมก็เอาเลย วิธีการโคตรง่ายครับ เลือกรองเท้าแตะคู่ที่ใส่เป็นประจำที่บ้าน ใส่แทนรองเท้าผ้าใบมาเรียนเลย แต่ก่อนเข้าโรงเรียนมันต้องมีวิธีการนิดนึง ผมจะหาพลาสเตอร์ยาแผ่นนึงมาพันที่นิ้วโป้งขวา แล้วก็เอาเบตาดีน หรือยาแดงๆ อะไรก็ได้หยดลงนิดๆ ให้มันออกสีระเรื่อๆ พอดูแล้วเนียน เท่านี้ผมก็สามารถลากแตะเข้าห้องฝ่ายปกครองได้เสมือนเป็นบ้านของตัวเอง ครูเห็นก็ทำโทษไม่ได้ แถมยังต้องถามอีกว่าไปโดนอะไรมา “อ่อ จักรยานล้มครับ” แหลกันหน้าด้านๆ ต้องเชื่อครับ ก็เห็นกันอยู่ แถมวันไหนมีเล่นพละก็ได้พักอยู่ข้างสนามอีกต่างหาก โฮ่ๆๆ เพื่อนๆ อิจฉากันล่ะซี่ โอว...เจ็บนิ้วจังเลย
หลอกกินเงินเพื่อน
คนโง่ยังไงก็ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด แต่บางทีอีกฝั่งนึงอาจไม่ใช่คนฉลาด แต่อีกฝั่งดันมาโง่เกินไปนี่ก็ตกเป็นเหยื่อเอาง่ายๆ เช่น ด.ช ไนท์ เป็นต้น ซึ่งผมนั้นอยู่ฝั่งคนฉลาดกับเรื่องชั่วๆ วิธีหาเหยื่อของเขาจะเน้นไปที่พวกการศึกษาอ่อน เพราะมันหลอกง่าย ยิ่งจะหลอกกินเงินมันด้วยล่ะก็ แทบไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน แค่ท้าโยนหัวก้อยครั้งละ 5 บาท กติกาง่ายๆ ออกหัวนายแพ้ ออกก้อยเราชนะ กินกันตาเดียวไม่มีแก้ตัว ด้วยกติกานี้ไม่ว่าเล่นกับใครก็เสร็จผมตลอด ทุกตาจริงๆ อ๊ะ ถามว่าผมเล่นของหรือเปล่า หรือว่าใช้เหรียญที่มีด้านเดียว เปล่าเลยครับ เหรียญธรรมดานี่แหละ ไม่มีกลโกงแต่อย่างใด ถ้าใครข้องใจว่าทำไมถึงแพ้จะเป็นคนโยนเหรียญเองก็ได้ ผมโปร่งใสอยู่แล้ว แต่เล่นตาเดียวนะ เล่นหลายตาเดี๋ยวมันจะฉลาดโดยอัตโนมัติ เกิดจับได้ขึ้นมา อดตังค์กินขนมฟรีเลย ลองสังเกตกติกาให้ดีๆ สิ
เตะบอลในห้อง
อาจไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเด็กผู้ชาย ถ้าเป็นลูกบอลที่เอากระดาษมาพันม้วนให้เป็นก้อนกลมๆ แล้วก็รัดเปลือกด้วยกระดาษกาวให้มันมีน้ำหนักพอจะเตะได้ อันนี้เป็นลูกบอลปลอดภัยครับ เตะให้ตายยังกระจกก็ไม่แตก แต่สำหรับไนท์หนุ่มเหรอ มันจะไปสนุกอะไรเตะลูกบอลที่เด้งไม่ได้ บอลพลาสติก... โอว ไม่อีกน่ะแหละ มันเบาไป อนาคตพวกเราจะไปบอลโลก ต้องเล่นบอลหนังเลย ไปเล่นที่สนามหญ้า ไม่ครับ มันร้อน ผิวเสียเดี๋ยวหม่อมแม่ด่า เล่นมันในห้องเรียนนี่แหละ เตะกันไปเลยไม่ต้องกลัวกระจกแตก เพราะยังไงมันก็ต้องแตกอยู่แล้ว อ้าว ถ้าแตก แล้วพวกไอ้ไนท์ถูกทำโทษมั้ย จะไปโดนได้ไงล่ะครับ ก็ไม่ได้เล่นที่ห้องเรียนตัวเองนี่ ตอนพักกลางวันห้องอื่นว่างมีเยอะแยะไป เตะกันให้หนุกหนาน กระจกแตกเมื่อไหร่เราก็ชิ่งออกมา พรุ่งนี้ก็เปลี่ยนห้อง พอกระจกแตกหรือข้าวของเสียหาย เราก็ชิ่งออกมาอีก พรุ่งนี้เปลี่ยนห้อง ทำแบบนี้ใครมันจะมาจับได้ เราผิดแล้วเนียนซะอย่าง
เคารพธงในห้องน้ำ
เวลา 8 นาฬิกา เด็กที่ไหนก็รู้หน้าที่ครับว่าต้องทำอะไร ใช่ครับ หน้าที่ของเด็กที่ดีคือไปยืนตากแดดเปรี้ยงๆ ให้เหงื่อไหลไคลย้อยในยามเช้าต่อหน้าเสาธง จากนั้นต่อด้วยสวดมนต์อีก 2 บท และฟังคำอบรมของคนแก่หัวโบราณคนหนึ่ง ซึ่งมีศักดิ์เป็นครูใหญ่ของโรงเรียน รวมเวลาทั้งสิ้น 30 นาที ขึ้นห้องเรียนแทบจับสลบ หัวตื้อไปหมด แล้วมันจะเรียนรู้เรื่องได้ยังไง แต่ผมน่ะมีทางออก เสียงกรี่งเข้าแถวเมื่อไหร่ ผมจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปทันทีพร้อมกับการ์ตูนหรือนิตยสารเกมเล่มเก่งสัก 2-3 เล่ม คอห่านประหนึ่งโซฟา นั่งอ่านอย่างสบายอารมณ์ คลอเสียงเพลงชาติแว่วๆ และเสียงสวดมนต์ยามเช้า การเลือกทางที่เสียเหงื่อน้อยที่สุดถือว่าเป็นสุดยอดแห่งความคิด พอขึ้นห้องเรียนเมื่อไหร่ ผมก็วิ่งไปดักแถวที่ชั้นของตัวเอง แล้วก็เดินเข้าห้องเรียนพร้อมเพื่อนอย่างชนิดที่ว่าจับไม่ได้ แต่ผมก็ไม่ได้ทำทุกวันหรอกนะ ผมเองก็เด็กรักชาติ วันไหนแดดไม่ออกผมก็ไปเข้าแถวเคารพธงกับเพื่อนเหมือนกัน แต่นานๆ ทีน่ะ นานๆ ที ก็รู้อยู่นี่ว่าเมืองไทยเมืองร้อน ใช่ม้า
ในชีวิตคนเรานะครับ ผมไม่เชื่อหรอกว่าไม่มีใครเคยทำผิด อาจจะด้วยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เมื่อเวลาหลังจากนั้นผ่านไป สิ่งที่วัดตัวคุณมันอยู่ที่ว่า เมื่อเรารู้ว่าผิดแล้วเรายอมรับมันหรือเปล่า เราละอายกับมันหรือเปล่า แล้วเราคิดที่จะกลับไปทำอีกหรือเปล่า อยู่ที่ใจเราทั้งนั้นแหละ
แต่อย่าลืมครับว่า ไม่มีความผิดไหนในโลกนี้ ที่เราจำเป็นต้องทำหรอกครับ
ไม่มีเลยจริงๆ