วันศุกร์ที่ 18 ม.ค 2551
วันนี้แม่ผมคุ้ยลังเก็บหนังสือของผมครับ แกว่าจะเอามาทิ้งเพราะเก็บไว้มันก็เป็นอาหารปลวก
ซึ่งทั้งๆ ที่ปัจจุบัน ผมเองก็ไม่ได้แงะหนังสือที่อยู่ในนั้นมาดูเลยแท้ๆ แต่พอได้ยินว่าจะเอาไปทิ้ง ความเสียดายมันมาจากไหนไม่รู้ ผมก็เลยจำต้องแงะออกมาเลือกคัดเสียหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือตลาดนัดบ้าง สมุดสเก็ตซ์เก่าๆ บ้าง
จริงๆ ก็ไม่ได้เสียดายอะไรขนาดนั้นหรอกครับ เพราะยังไงก็เอามารีไซเคิลไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็ขอเปิดดูหน่อยเป็นไร ถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากกัน โดยเฉพาะสมุดสเก็ตซ์รูปเก่าๆ การ์ตูนสายเส้นห่วยๆ ภาพวาดเปอร์สเปคตีฟที่เขียนค้างๆ คาๆ ตามประสาคนเบื่อง่าย ดูไปก็ยิ้มในความห่วยแตกของตัวเองไป
แต่แล้วหลังจากที่เปิดไปเรื่อยๆ ผมดันไปเจองานเขียนในตำนานของผมเข้า
มันเป็นแบบร่างจดหมายจีบสาว ฉบับแรก ที่ผมเขียนถึงสาววัยสะรุ่นคนหนึ่ง........
แน่นอนครับว่าผมเขียนด้วยลายมือชุ่ยมาก ประมาณว่ากลัวคนอื่นเปิดเจอ เลยเขียนสไตล์ลายแทงสมบัติให้อ่านรู้เรื่องแค่คนเดียว คนอื่นอ่านจะได้ไม่รู้เรื่อง
และผมก็อ่านออกคนเดียวจริงๆ ครับ แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาแล้ว 8 ปีก็ตาม
โอ้ย เขิน...... เขินว้อยยย
(( \ [>_<] /))
ขอปล่อยอีโมจังตัวนึง
แน่นอนว่าฉบับจริงผมส่งไปแล้ว พร้อมกับรูปไอ้อ้วน หน้าเห่ยๆ ผมแสกกระแด่ะๆ ไว้ให้เขาเก็บในกระเป๋าสตางค์ เอาไว้กันขโมย
ต้องเข้าใจนะครับว่า มันเป็นอะไรที่คลาสสิคมาก เมื่อก่อนโปรแกรมแชทยังไม่ตัดสายสะดือ มือถือก็ยังไม่นิยม เวลาชอบใครสักคนขึ้นมาวูบนึงเนี่ย แม่งโคตรทรมานเลยครับ ไม่รู้จะไประบายที่ไหน อินเตอร์เน็ตก็ยังไม่รู้จัก ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้มีที่ระบายเรี่ยราดไปหมด
รูปที่ส่งไปก็โคตรสัจธรรม ธรรมชาติโคตรๆ แบบไม่ได้แอ๊บแบ๊วหรือรีทัชปรุงแต่ง เป็นหน้าตาชนิดที่ว่า วูบแรกที่ดูขนลุกเหมือนตัวจริงมานั่งอยู่ข้างๆ ยังไงยังงั้น ยิ้มสยองๆ หน้าตรงๆ เห็นสิวกันจะๆ ที่ส่งไปน่ะถือว่าดูเป็นคนที่สุดแล้ว รูปอื่นเหี้ยอะไรก็ไม่รู้
คิดดูเถอะครับ รูปนั้นวูบกลับมาในความคิดผมอย่างชัดเจน
กลับมาที่ร่างจดหมายดีกว่า รอยขีดฆ่าดินสอเต็มไปหมด เปลี่ยนคำพูดแล้วเปลี่ยนคำพูดอีก เปลี่ยนใหม่ใช่ว่าจะดีขึ้น เสือกน้ำเน่ากว่าเดิม แล้วตอนนั้นกูส่งไปได้ไงวะเนี่ย กะว่าจริงใจล่ะมั้ง
โดยเหยื่อจดหมายรายนี้ครับ ทุกวันนี้ผมก็ยังจำเธอได้แหละ ตอนนั้นผมอายุ 16 แล้วไปเที่ยวห้างกับเพื่อน พี่สาวเขาก็ไปด้วย แล้วผมก็ไปปิ๊งเพื่อนของพี่สาวเพื่อนผมนี่แหละครับ หมวย ขาว แก้มยุ้ยๆ ได้ใจวัยรุ่นจริงๆ
อายุมากกว่าผมก็หลายปี พี่เขาอายุ 21 ครับ ชื่อพี่นุ้ย แต่มันโดนอ่ะจะให้ทำไงล่ะครับ นาทีนั้นอายุเป็นเพียงตัวเลขเฟ้ย เจอหน้าทีเขินหน้าแดง หัวสิวแดงกว่าหน้าอีก มุขที่เคยเล่นๆ ก็กระสุนด้าน เล่นอะไรไม่ออกเลย เงียบ ก้มหน้าก้มตางุดๆๆๆ อยู่หลังเพื่อน
พอกลับถึงบ้าน จิตใจมันก็งุ่นง่านอ่ะครับ ชะเอิงเงย.... รือว่านี่จะเป็นรักแท้ ผมทนไม่ไหวตั้งคืนแรก โทรไปหาเพื่อนผมทันที ขอเบอร์จากพี่สาวมันนี่แหละ
ปรากฏว่าไม่มีครับ พี่มันบอกว่า นุ้ยเขาอยู่บ้านยาย โทรศัพท์ถูกยกเลิกไปแล้ว โอพระเจ้าแห่งโลกที่ 4 ไอ้ไนท์แทบจะหัวใจแตกสลายตายโหงตั้งแต่ตรงนั้น พี่แกก็ประชดจังเลยครับ ถ้าอยากคุยกะเขาขนาดนั้นตอนนั้นก็เสือกไม่พูด อยากคุยตอนนี้ก็เขียนจดหมายไปหาเค้าซี่
ผมโอเลยครับ มาเลย จดหมายก็จดหมาย เอาที่อยู่มาเลย
ว่าแล้วผมก็จดๆ ที่อยู่ด้วยใจที่ตื่นเต้นอย่างรุนแรงระดับ 9.5 ริกเตอร์ แล้วผมก็ลงมือเขียนมันตั้งแต่คืนนั้นเลย
และนี่คือเนื้อความในจดหมายนั้น เอ่อ ในวงเล็บ (กด Ctrl a) คือความคิดปัจจุบันของผมนะ ต้องมีหน่อย มันเสี่ยวสุดทนจริงๆ ว่ะ
เอ่อ
เริ่มเลยนะ
.................
.......
...
“สวัสดีครับพี่นุ้ย
พี่คงแปลกใจว่าผมรู้ชื่อพี่ได้อย่างไร แล้วผมเป็นใครกันแน่ จะบอกว่า
ผมคือผู้ชายขี้อายคนหนึ่ง ที่พี่เคยเจอแล้ว และคงจำหน้าผมไม่ได้ ( ถึงจำได้ก็คงอยากจำนักหรอก.... )
แต่ผมจำหน้าพี่ได้ติดตา ความน่ารักของพี่เข้ากลางใจผมอย่างจัง ( โหย... แม่งเอ้ย )
ผมมากับเพื่อนวันนั้น แล้วเจอพี่เดินอยู่กับพี่สาวเพื่อนผม พี่นุ้ยคงรู้จักอาร์มน้องพี่แอม
พวกเขา 2 คนเป็นคนเปิดประตูให้ผมครับ ให้ผมมารู้จักพี่นุ้ย ( ประตูนรกนี่หว่า )
พี่จะไม่ตอบจดหมายฉบับนี้ของผมก็ได้ ( พอนึกหน้าแกออก อ่านให้จบยังคิดแล้วคิดอีกเลย )
แต่ก็อยากให้อ่านความรู้สึกของผมจนจบ ว่าตั้งแต่เจอหน้าพี่นุ้ย ทุกลมหายใจของผมก็เรียกหาพี่ตลอดเวลา
( ผายลมก็ยังคิดถึงเลยแหละ ตะเอง )
รู้สึกเป็นห่วง และกลัวว่าโอกาสนับจากนี้จะหลุดลอยไปเข้าสายเมฆ
(ศัพท์ประเทศไหนเนี่ย เขามีแต่กลีบเมฆว้อย )
ถ้าไม่ได้เขียนความในใจ ไฟไหม้บ้านตอนนี้ผมคงนอนตายตาไม่หลับแน่ๆ ( แล้วแกทำไมไม่ไปดับไฟก่อน )
รู้ว่าเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่ผมก็อยากให้เป็นอย่างนั้น ( เป็นอะไรล่ะว้อย แล้วเขาจะรู้กะเอ็งมั้ย )
อยากให้ใจเราตรงกันบ้าง สักวินาทีก็ยังดี ( ไม่นะ ม่ายยย เน่าชิบหายเลยว้อยยย )
ไม่อยากให้พี่มองผมเป็นเด็ก อยากให้มองผมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่อยากรู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง
( พี่เขาคงรำพึง แล้วทำมั้ยต้องเป็นชั้นด้วยยยย )
โดยไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ผมอยากรู้จักพี่นุ้ยครับ อยากให้พี่ลองเปิดใจสักครั้ง ( เปิดไส้ติ่งด้วยมั้ย )
แล้วฟังเสียงหัวใจ ( อ๊าก..... เสี่ยววว )
ผมไม่เคยเจอใครที่ทำให้ผมนอนไม่หลับมาก่อน มันทรมานมากรู้ไหม
(เขาอ่านจดหมายของแก เขาทรมานกว่าแกอีก )
อยากรู้ว่าพี่จะรู้สึกอย่างไร ผมอยากมองหน้าพี่นุ้ยทุกวันไม่จากไปไหน ( จะมองให้ท้องเลยใช่มั้ย )
ผมส่งรูปมาให้ด้วยนะครับ รูปนี้อาจจะไม่ใช่ชายในฝันของพี่ แต่ก็เป็นรูปที่จริงใจ และผมเต็มใจส่งให้เพื่อเป็นก้าวแรกที่เราได้รู้จักกัน (มึงส่งระเบิดมา พี่ยังจะรู้สึกดีกว่านี้เลยนะคะ )
ผมจะรอพี่นุ้ยตอบจดหมายฉบับนี้นะครับ มันคงจะเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดวันนึงเลยทีเดียว ( โห แค่คิดจะตอบ เขาก็ทุกข์ไปทั้งชาติแล้ว )
ไม่ได้คิดถึงทุกเวลา แต่คิดถึงทุกคราที่หายใจ ( อ๊ากกกก..... )
ไนท์............ ผู้ชายหัวใจอ่อนแอ ที่พ่ายแพ้ต่อความคิดถึงงงงงงงงง......”
( อ๊าคคคค ไม่ไหวแล้ววว ตายดีก่า...แหง่กกก.....)
จบซะทีว้อยยยยยยย พิมพ์ไปก็ทรมานนิ้วนะเนี่ย ป่านนี้พี่นุ้ยคนนั้น นับเวลาคงอายุหลัก 3 คลอดลูกไป 3-4 คนแล้วมั้ง คงไม่ต้องบอกต่อนะครับ ว่าจดหมายฉบับนี้ถูกตอบกลับมาหรือเปล่า
ทุกวันนี้ยังไม่ได้อ่านเลยครับ แต่ผมก็ยังรออยู่นะ จดหมายอาจยังไม่ถึงก็ได้
แต่หลังจากนั้นครับ ใช่ว่าผมทุกอย่างจะจบลงเสียทีเดียว พี่สาวเพื่อนผมคงสงสารผู้ชายหัวใจอ่อนแอ เลยสร้างเซอร์ไพร์ให้พี่นุ้ยหยอดเหรียญมาทักทายที่บ้าน
1 บาทคุยได้ 3 นาที
ไม่ต้องบอกอะไรมากครับ แค่ 3 นาทีนั้น ผมก็สไลด์หมอนต่อได้หลายคืนทีเดียววววว
(^_^)
กูกะแล้วต้องจบแบบพี่สาวกับน้องชายยยยยย..........
(เอ๊ะ ยังไง?)